เป็นเรื่องที่แต่งไว้เมื่อวาเลนไทน์เมื่อชาติปางก่อน เลยไม่ค่อยตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันเท่าไหร่ 55+

----------------------------------------

 

จิ๊บ..... จิ๊บ.....

 

เสียงนกร้องขับขานกันเสียงใส เจ้านกกระจอกตัวน้อยสองตัวมายืนคลอเคลียกันอยู่ริมรั้วจนเห็นแบลคกราวสีชมพูหวานแหววกับช่อกุหลาบที่ไหนก็ไม่รู้ทอดอยู่รำไร ราวกับต้องการจะประกาศให้โลกรู้ว่ากำลังกิ๊กกัน เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองเจ้านกน้อยด้วยสายตาริษยาเล็กน้อยก่อนจะสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นเจ้าแมวตัวเขื่องที่คงเกิดอารมณ์หมันไส้เช่นเดียวกับเขา ตะปบหมับเข้าที่นกน้อยผู้เคราะห์ร้ายจนอีกตัวผละบินหนีไป

 

วันนี้เป็นอีกวันที่พี่ชายคนโตของเขาไปกระริกกระรี้ไปหาสาวหน้าใสๆรายใหม่ที่ไหนก็ไม่รู้ พี่ชายคนรองก็พอกันไปสวีทกับสุดที่รักหวานชื่น คุณพ่อกับคุณแม่ก็ไม่รู้นึกพิลึกอะไรขึ้นมาไปฮันนีมูนรอบที่ เก้าสิบเก้า ทิ้งลูกชายน่ารักๆคนนี้ไว้ที่บ้าน.....กับ

 

ไอ้พ่อบ้านไม่สมประกอบ.....

 

ทิ้งไว้กับไอ้บ้านี่ สู้ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวดีกว่ามั้ย!!!

 

วันนี้มันวันบ้าอะไรเนี่ย

 

“ วันวาเลนไทน์ครับ ” ชายหนุ่มหน้าใสเอ่ยเสียงเรียบพลางถักผ้าพันคออย่างขะมักเขม้น เด็กหนุ่มที่กำลังคิดว่าตัวเองคิดในใจอยู่โดยไม่รู้ตัวว่าหลงบ่นเบาๆ เขาเขม่นหน้าเจ้าพ่อบ้านตัวดีเป็นเชิงว่า ไม่ได้ถาม อย่าสอดตอบ

 

“ แล้วแกทำอะไรของแกน่ะ ” ผู้ด้อยอายุกว่าถามด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพนักถ้าใช้กับผู้อาวุโสกว่า ช่างเป็นคนที่น่า ตบ( จูบ )ปากสั่งสอนซะไม่มีในความคิดของพ่อบ้าน

 

“ ผมก็คิดว่าคุณหนูจะเห็นนะครับ ว่าผมกำลังถักผ้าพันคออยู่ ” แม้เจ้าพ่อบ้านอวดดีจะหาช่องหลอกด่านายน้อยของตัวเองได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณหนูที่หน้าด้านหน้าทนพอๆกับพี่ชายทั้งสองคนหน้าชาขึ้นมาได้ เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มเยาะในมุมปากก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

 

“ อ้าวเหรอ....ฉันก็นึกสงสัยอยู่ตั้งนานว่าแกจะถักผ้าขี้ริ้วทำไม.....ผ้าพันคอหรอกเหรอนั่น ”

 

มันด่าตูอีกจนได้

 

คิดแล้ว ทสึนะ ซึบาสะ ก็แทบอยากจะกระทืบเท้าเร่าๆ เอาหน้าซุกหมอนแล้วร้องดังๆด้วยความอัดอั้น ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์แท้ๆแทนที่เขาจะได้ไปสวีทวิ๊ดวิ้วกับแฟนสาวสุดสวย กลับต้องมาจมปลักกับ ( ไอ้ ) คุณหนูปากหมาเนี่ย

 

ในเมื่อคุณหนูทั้งถึก ทั้งหนังเหนียว ขนาดนี้ยังต้องมีอะไรเป็นห่วงอีก ( ฟะ ) ต่อให้มีโจรพิลึกกล้าดีมาปล้นบ้าน ไม่วายจะโดนคุณชายท่านด่าเปิงจนเตลิดกลับบ้านไม่ถูกแน่ๆ พวกเจ้านายจิตตกก็วิตกจริตไม่เข้าเรื่อง

 

“ เหอะ ทำหน้าเหมือนหมาอดข้าวเย็น คิดถึงแฟนล่ะสิ ลำบากแย่เลยนะต้องมาทำงานคนเดียวทั้งๆที่คนอื่นเขาหยุดกันน่ะ ”

 

“ ช่วยไม่ได้นี่ครับ ผมต้องดูแลคุณหนู.....ผู้แสนบอบบาง ” ไอ้ถ้อยคำเหมือนปลงกับชีวิต ปลายเสียงกระแนะกระแหน แถมด้วยการทำหน้าเหมือนจะสำรอกแบบนั้น มันช่างน่าจับนวดหน้าด้วยฝ่าเท้าชะมัด ไอ้บ้านี้

 

“ ฉันเบื่อแล้ว จะออกไปข้างนอก ”

 

“ เอ๋..... ” ซึบาสะชะงักการถักผ้าพันคอลงชั่วขณะ

 

“ ฉันจะออกไปข้างนอก ” คุณหนูจอมเอาแต่ใจย้ำอีกครั้งเสียงขุ่น

 

“ .....ลืมหน้าที่แล้วเหรอไง เจ้าสารถีอเนกประสงค์ ฉันจะออกไปข้างนอก! ”

 

 

…………………………………………………..

 

 

ไอ้การจิบน้ำชาราคาแพงในร้านหรู เสริฟด้วยขนมเค้กน่ากินกับช็อกโกแลตลายหัวใจจิ้มลิ้มโดยไม่ชวน พ่อบ้านสุดหล่อร่วมวงนี่ มันชวนให้เขาอึดอัดยังไงพิกล

 

ซึบาสะ คิดอย่างตะกละตะกลาม พลางนั่งกระสับกระส่ายไม่อยู่สุข จนคุณหนูหันมาเหลือบมองด้วยสายตาไม่พอใจเมื่อเห็นเขาแอบปาดน้ำลาย

 

“ ตื่นร้านอาหารหรูเหรอไง ก็เข้าใจอยู่นะว่าไม่เคยเข้าน่ะ แต่นั่งให้มันนิ่งๆหน่อย เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หรอก ว่า.....บ้านนอก ” ด่าไม่พอยังย้ำคำว่า บ้านนอก เสียดัง ไหนปากว่าไม่อยากให้คนอื่นรู้ไง ( ฟะ )

 

เด็กหนุ่มหยิบเจ้าช็อกโกแลตท่าทางแพงไม่หยอกขึ้นมากัด แล้วหันมามองหน้าเขาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนจานนั้นมาให้เขา

 

“ เอ้า....ไหนๆก็มาร้านขนมหวานกับเขาซะที ไม่กินเดี๋ยวก็เหมือนไม่เคย สำนึกไว้ซะด้วยล่ะว่าฉันใจบุญขนาดไหน ”

 

ต้องไม่อร่อยแน่ๆเลย

 

ยอดชายนายพ่อบ้านคิดอย่างมั่นใจ จะไม่กินไอ้สายตาทิ่มแทงนั่นก็ทิ่มจิ๊กๆ ฝ่ายนายน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสายตาแฝงเป็นนัยๆว่า เลือกกินนักเดี๋ยวปั๊ดเสยคาง

 

“ วาเลนไทน์ มีแต่คนรักเท่านั้นล่ะครับที่ให้ช็อกโกแลตกัน ” ว่าแล้วก็ยกไอ้เรื่องนี้ขึ้นมาอ้างซะหน่อย เผื่อจะรอดจากการล้างท้อง แต่นอกจากเขาจะไม่รอดแล้ว ฝ่ายนั้นยังทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้กินยาเบื่อหนูให้เจ็บใจเล่นอีกต่างหาก

 

“ เรื่องแค่นั้น ฉันรู้......คิดว่าฉันพิศวาสแกนักเหรอไง ”

 

ดู๊....ดู....พูดซะเจ็บจี๊ดถึงขั้วสมอง คนอะไรจะน่าเอาขี้เถ้ายัดปากได้ขนาดนี้เนี่ย

 

เอาเถอะ....ของแพงถ้ารสชาติแย่จะขายออกได้ยังไง บางที ( ไอ้ ) คุณหนูอาจจะแค่รสนิยมสูงไปหน่อยก็ได้

 

ซึบาสะหยิบก้อนช็อกโกแลตขึ้นมาชั่งใจ ก่อนจะกัดกรวบเข้าไปเป็นคำ

 

รสชาติก็ไม่ได้เลวร้ายย่างที่คิด ออกจะหวานปะแล่มๆ เจือขมนิดๆ จะแปลกก็ไอ้ที่รู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั้งคอ แล้วเหมือนความร้อนมันจะลุกลามตามเจ้าขนมหวานนี่แหละ

 

“ เหล้านี่ครับ.....ผมกินเหล้าไม่เก่งนะ ” ชายหนุ่มครวญแผ่วเบา....

 

“ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกิน ”

 

“ ถ้านายท่าน กับนายหญิง รู้ว่าคุณหนูซื้อไอ้พวกนี้จะว่าเอานะครับ ” นอกจากคุณหนูจะไม่เชื่อไอ้ที่เตือนแล้วแล้วยังยักไหล่เล็กน้อยอย่างไม่แยแสอีกด้วย

 

“ นั่นใช่แฟนนายรึเปล่าน่ะ หน้าคุ้นๆ ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างแผ่วเบา พลางใช้ส้อมชี้ทิศทาง ซึบาสะหันควับก่อนจะยิ้มน้อยๆเหมือนโกเด้นรีทีฟเวอร์เจอเจ้าของ แต่รอยยิ้มนั้นค่อยๆเลือนหายไปเมื่อเห็นว่า หญิงสาวไม่ได้มาคนเดียว แต่กลับกำลังคลอเคลียอยู่กับชายคนอื่นเหมือนเป็นคนรักกันไม่มีผิด

 

ไม่ทันได้คิดวิเคราะห์อะไร ชายหนุ่มก็ลุกพรวดจนเด็กหนุ่มยังแปลกใจ ร่างสูงโปร่งเดินพรวดพราดไปทางหญิงสาวอย่างรวดเร็ว บรรยากาศที่เหมือนพายุจะเข้าทำให้ใครๆก็หันมามอง

 

“ ฮิบาริ..... ” ซึบาสะเรียกหญิงสาวเสียงขุ่น ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มท่าทางสำอางที่มากับแฟนสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“ อะไรกัน ซึบาสะ คุณน่าจะรักษามารยาทมากกว่านี้นะ ขอโทษด้วยนะคะ คุณมัตสึดะ …..”

 

“ นี่ใคร..... ” ฝ่ายพ่อบ้านหนุ่มพยายามแสดงตนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเต็มที่ ยิ่งเมื่อฮิบาริพยายามเลี่ยง ยิ่งทำให้อารมณ์ฉุนเฉียวของซึบาสะยิ่งพัดโหมมากขึ้น

 

“ คุณมัตสึดะ ทาโร่ เพื่อนที่ทำงาน..... ส่วนนี่ ทสึนะ ซึบาสะ แฟนเก่า ” เสียงของหญิงสาวที่เอ่ยเสียงเรียบทำให้ ซึบาสะตีสีหน้างุนงง เขาบีบแขนอีกฝ่ายจนฮิบาริร้องลั่น

 

“ หมายความว่ายังไง แฟนเก่า ”

 

“ ก็ชัดเจนแล้วนี่คะ....แฟนเก่า หรือฉันต้องเปิดพจนานุกรมให้ล่ะ ” ซึบาสะตัวสั่นเทิ้ม เขาดูเหมือนจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ แทบไม่รู้สึกถึงมือเล็กที่แตะแขนเขาเบาๆ

 

“ ทสึนะ..... ” เด็กหนุ่มส่งเสียงปรามเขาเบาๆ เขาแทบจะใจหายวาบเมื่อเห็น ชายหนุ่มมองเขาตาวาวโรจน์

 

“ นั่นคุณก็มีคนมาเป็นเพื่อนนี่.... ” หญิงสาวเอ่ยยิ้มๆพลางหันมามองเด็กหนุ่มที่เริ่มทำตัวไม่ถูก

 

“ เพิ่งรู้นะนี่ว่าคุณนิยม เลี้ยงต้อย ”

 

“ หุบปากนะ ฮิบาริ!!!! ” เสียงตะโกนของซึบาสะดังห้อง แต่ฮิบาริยังคงยิ้มอย่างเยือกเย็น จนเหมือนชายหนุ่มเป็นแค่ไอ้โง่ที่ตัวนึง ที่ดีแต่โผงผางไม่ใช้สมอง

 

“ นี่....นี่ก็แค่ น้องชาย ”

 

ฉันไปผันตัวเองเป็นน้องแกตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ ไอ้เบื๊อก....

 

เด็กหนุ่มด่าในใจ แน่นอนเดี๋ยวเขาต้องเอาไอ้คำๆนี้มาคิดบัญชีในตอนหลังแน่

 

“ อ้อเหรอ......คุณมัตสึดะคะ ฉันคิดว่าเราน่าจะไปร้านอื่นนะคะ....แถวนี้หมามันบ้า ”

 

“ ฉันไปเอง!! ” ซึบาสะตวาด ก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีไปดื้อๆ ปล่อยให้คุณหนูที่ยังไม่ทันจะซัดขนมราคาแพงหมด ต้องรีบจ่ายเงินแล้ววิ่งตาม

 

 

................................................................................

 

 

“ เฮ้!! ทสึนะหยุดก่อนเซ่!!! ” คุณหนูตะโกนแต่ไกล พลางวิ่งตามเจ้าสารถีอเนกประสงค์ แฟนทิ้งที่มัวแต่เดินซึ้งเป็นพระเอก MV อย่างทุลักทุเล

 

“ ทสึนะ!! ” เด็กหนุ่มรีบคว้าแขนชายหนุ่มให้หยุดเดินก่อนจะหอบแฮ่กหมดแรง

 

“ เดินเร็วชะมัดนายน่ะ จะรีบไปตายเหรอไง.....นึกจะไปก็ไปแล้วฉันจะกลับบ้านยังไง ”

 

“ .....คุณหนูกลับบ้านเองก่อนได้มั้ยครับ.....เดี๋ยวผมค่อยกลับ..... ” เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ คุณหนูตัวน้อยมุ่นคิ้วก่อนจะหมุนตัวพ่อบ้านใต้ปกครองให้หันมาทางเขา

 

“ นายร้องไห้เหรอ..... ”

 

“ แล้วเห็นผมหัวเราะอยู่เหรอไงล่ะ ”

 

เด็กหนุ่มไม่ได้ตอกกลับเหมือนอย่างที่ควรเป็น พลอยทำให้ความเงียบคืบคลานอยู่พักใหญ่ๆ แน่นอนว่าซึบาสะที่อยู่ในอารมณ์อยากชวนใครทะเลาะเริ่มหงุดหงิด

 

“ โตจนหมาจะเลียตูดไม่ถึงแล้วก็กลับบ้านเองก่อนเถอะครับ ผมจะขอออกไปข้างนอกหน่อย ”

 

“ นายจะไปไหน.... ” ไม่ทันที่พ่อบ้านหนุ่มจะได้ตอบ คุณหนูก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

“ ฉันจะไปด้วย ”

 

 

...................................................................................

 

 

ตอแหล!!! ไหนว่า กินเหล้าไม่เก่งไง ( ฟะ ) แล้วไอ้ที่กระดกเอื๊อกๆเป็นน้ำเปล่านี่มันอะไรกัน

 

เด็กหนุ่มบ่นในใจพลางจิบน้ำผลไม้ราคาแพงในมือ ดวงตาเชือดเฉือนเสมอง พ่อบ้านที่เมื่อก่อนออกจะดูป้ำๆเป๋อๆ แต่ตอนนี้กำลังซัดเหล้าจนโต๊ะจะไม่มีที่วาง

 

“ ผู้หญิงสารเลว ” ฤทธิ์แอลกฮอล์ทำให้ชายหนุ่มพึมพำเสียงขุ่น ก่อนที่เสียงทั้งหมดจะถูกกลืนไปด้วยขวดเหล้า

 

“ ยัยทุเรศ...... ” พอได้จังหวะหายใจ ซึบาสะก็ด่า อดีตแฟนสาวไม่เป็นวรรคเป็นเว้น ฝ่ายเจ้านายที่ต้องมาอยู่ในฐานะเฝ้าลูกน้องก่อนที่จะเมาเหมือนหมาถอนหายใจพลางเบือนสายตาไปทางอื่น

 

เพิ่งจะรู้ว่าผู้หญิงคนเดียว มันจะเปลี่ยนไอ้ต๊องได้ขนาดนี้.....ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นโกรธแค้นใครจนต้องพร่ำด่าหรือแตะขวดเหล้าอย่างหนักหน่วงเสียขนาดนี้

 

แล้วทำไมต้องรู้สึกอิจฉาด้วยนะ.......

 

เด็กหนุ่มสะบัดหัวอย่างไม่ค่อยเข้าใจ มองซึบาสะที่เริ่มคอพับแหล่ไม่พับแหล่ ก่อนจะตัดสินใจกระตุกแขนเสื้ออีกฝ่ายเบาๆ

 

“ กลับบ้านเถอะ ”

 

“ ไม่เอา ยังไม่เมาเลย~ ”

 

นี่เอ็งไม่ได้เจียมสังขารเลยใช่มั้ยเนี่ย ไอ้อาการอย่างนี้ถ้ามันไม่เรียกว่าเมาแล้วมันเรียกป๊ะอะไร ( ฟะ ) นึกแล้วอยากเตะฟาดคอแล้วลากกลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น

 

“ ฉันสั่งให้กลับบ้านไงเล่า!!! ตามใจมามากพอแล้วนะ!!! คิดว่าแฟนทิ้งแล้วจะละเลยหน้าที่ได้รึไงห๊ะ!!!......กะอีแค่แฟนทิ้ง..... ” ไม่ทันที่คุณหนูจะหายวีนแตก เสียงทั้งหมดก็กลืนหายไปในปากของเจ้าพ่อบ้านอวดดี มือทั้งสองข้างกดท้ายทอยของเขาเอาไว้แน่นจนไม่สามารถผละหนีไปได้ ริมฝีปากที่ถูกบดขยี้แทบจะทำให้เด็กหนุ่มอ่อนยวบ ความร้อนลุกพล่านไปทั้งตัว ยิ่งว่าความรู้สึกที่เผลอกินเหล้าตอนใหม่ๆเสียอีก

 

ความรู้สึกแปลกๆที่เริ่มก่อตัว ทำให้เด็กหนุ่มเริ่มนึกเกลียดตัวเอง มือสั่นระริกค่อยๆเงื้อขึ้นฟาดใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยแรงที่พอจะเหลืออยู่....หากแต่เบาเต็มที

 

“ อ่ะ.... ” ซึบาสะที่เพิ่งมารู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปนั่งกลืนน้ำลายตัวเอง นัยน์ตามองนายน้อยของตัวเองที่กำลังนั่งหอบพิงโซฟา ด้วยสายตาสำนึกผิด ก่อนจะกวักมือเรียกบ๋อยว่าเก็บเงิน

 

“ เอ่อ.....กลับบ้านเถอะครับ ”

 

 

..........................................................................................

 

 

งวดนี้ เครื่องประหารหัวหมาแน่ ( ตรู )

 

ซึบาสะคิดพลางเดินโซซัดโซเซเล็กน้อยด้วยยังไม่หายเมาดี ยิ่งเมื่อเหลือบไปมองนายน้อยด้วยสายตาสำนึกผิด ก็ยิ่งเหมือนว่าฝ่ายเจ้านายพร้อมเอาไอ้ความผิดมหันต์นี้ไปแบล็คเมล์ได้ทุกเมื่อ

 

ไหนล่ะจะแอบหนีงาน กินเหล้า ร้ายไปกว่านั้นดันพาคุณหนูไปเถลไถล แถมยังเมาแอ๋จนฝ่ายที่ต้องแบกกลับบ้านดันเป็นเจ้านาย ที่สำคัญ..... ดันไปพรากจูบของคุณหนูเสียได้

 

“ ไปนอนซะ....ถ้าเมาแล้วเละเทะฉันจับแกมัดกับเสาบ้านแน่ ” พ่อบ้านหนุ่มเดินคอตกตามคำสั่งแต่โดยดี แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวอยู่ๆ ไฟทั้งหมดก็พร้อมใจกันดับพรึ่บแบบไม่ทันตั้งตัว รออยู่พักใหญ่ๆก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“ .....เอ่อ....เดี๋ยวผมไปดูเครื่องปั่นไฟสำรองก่อนนะครับ ”

 

“ ไม่ต้อง ไปเอาไฟฉายมาให้ฉัน เมาไม่ได้เรื่องแบบนั้นเดี๋ยวไปทำเครื่องพังจะเป็นเรื่อง ” เสียงเล็กๆกระแนะกระแหน ซึบาสะค่อยเดินสะเปะสะปะไปตามทาง ก่อนจะล้มโครมเข้าให้ เมื่อไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง

 

“ ซุ่มซ่าม.....เจ็บตรงไหนรึเปล่า ” เด็กหนุ่มค่อยๆเดินมองมองเขา เสียงที่เหมือนด่าอยู่กลายๆแต่แฝงไปด้วยความห่วงใย ทำให้ฝ่ายพ่อบ้านเริ่มรู้สึกว่าคุณหนูเองก็มีส่วนที่น่ารักอยู่เหมือนกัน

 

“ คุณหนูน่าจะเก็บข้าว เก็บของให้เป็นที่เป็นทางกว่านี้นะครับ.... ”

 

“ ไม่ต้องมาโทษฉัน มันหน้าที่แกไม่ใช่เหรอไงที่ต้องทำความสะอาด หรือมัวแต่ละเลยหน้าที่ล่ะ ”

 

…..สะอึก.....( ตรู ) คงไม่มีวันเถียงไอ้เด็กนี่ชนะจริงๆนั่นแหละ (ตรู) เผลอคิดไปได้ยังไงนะ ว่าไอ้เด็กเวรนี่น่ารัก

 

“ ช่างเถอะ...อยู่มืดๆพักนึงคงไม่เป็นไร เมาแล้วไม่ได้เรื่องจริงๆเลย แค่หาไฟฉายแค่นี้ก็เอาไม่รอด ” เสียงเล็กบ่นงึมงำก่อนจะเดินลิ่วๆจนหายไปจากสายตา ยิ่งมืดๆอย่างนี้ด้วยแล้วล่ะก็

 

“ คุณหนูจะไหนล่ะครับ ”

 

“ ก็ไปหาที่นั่งน่ะสิ คิดว่าฉันจะนั่งพื้นแบบแกเหรอไง..... ”

 

“ เดี๋ยวก็สะดุดล้มหรอกครับ ข้าวของยิ่งระเกะระกะเต็มไปหมดอยู่ ” ชายหนุ่มเตือนเสียดัง แต่มีหรือคุณหนูจอมเอาแต่ใจจะยอมฟัง ยิ่งพูดมันก็คือ ยุ ดีๆนั่นแหละ

 

“ คิดว่าฉันซุ่มซ่ามแบบแกรึ.....ง.... ” ไม่ทันพูดจบคำดีก็มีเสียงโครมดังลั่น ตามมาด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเสียงของใหญ่ๆจะหล่น ซึบาสะรีบถลาตัวเข้าไปหาคุณหนูที่กำลังยืนโอดครวญอย่างแผ่วเบาเหมือนไม่อยากให้ได้ยิน

 

โครม......

 

“ ทสึนะ!!! ”

 

“ คราวหลังช่วยชนอะไรเบาๆหน่อยได้มั้ยครับ ”

 

ไอ้ที่เด็กหนุ่มไปชนเข้าเป็น ตู้เก็บของไม้สักชั้นดีฉลุลายเสียเนี๊ยบ ประดับด้วยอัญมณีงดงามชนิดหาซื้อที่ไหนไม่ได้ ต้องสั่งทำเอา ยิ่งเมื่อภายในให้บรรจุตุ๊กตาเคลือบญี่ปุ่นราคาแพงแล้วยิ่งเป็นของที่จะปล่อยให้หล่นหรือพังไม่ได้เลย ขนาดที่ว่า ถ้าเขาเผลอทำพังคงโดนนายท่านสั่งให้มือปืนมายิงทิ้ง

 

ถ้าขยับอีกนิดหน่อย มีหวังไอ้ตู้ราคาแพงไม่รักดีมีหวังคว่ำ ชนิดเน่าไม่เหลือซาก แต่ซึบาสะคงไม่หนักใจขนาดนี้ถ้าเขาไม่ได้อยู่ในสภาพคร่อมคุณหนูแบบนี้

 

“ มือแกจับอะไรน่ะ ” เสียงของเด็กหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอารมณ์ที่ค้างเติ่งตั้งแต่ในบาร์ ซึบาสะไม่อยากนึกภาพเลยว่าคุณหนูจะทำหน้ายังไง แล้วก็ไม่อยากจินตนาการด้วยว่ามือจับอะไรอยู่ “ เอามือออกสิไอ้ติงต๊อง....อึก ” เสียงที่ต่อท้ายเริ่มทำให้พ่อบ้านหนุ่มทำตัวไม่ถูก เขาพยายามดันตัวขึ้น ให้ตู้กลับไปที่เดิม ในขณะที่เขากำลังจะถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ไอ้ความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่หนังหัว ทำให้ซึบาสะก็พบปัญหาที่สอง

 

....เมื่อไอ้ผมไม่รักดีมันไปติดกับ.....

 

ซิปของคุณหนู

 

ชายหนุ่มคงโล่งใจกว่านี้เยอะถ้าไอ้ซิปที่ว่า....ไม่ใช่ซิปกางเกง

 

“ ซิป....ซิปมันติด ” ซึบาสะพูดตะกุกตะกัก จะแก้ก็ใช่ที่ แถมมืดๆอย่างนี้ต่อให้ไปติดที่อื่นก็แก้ไม่ออก ขืนถ้ากระชากมีหวังหนังหัวหลุดออกเป็นที่ระลึก

 

“ บ.....บ้าเอ้ย ตัดผมทิ้งไปเลยเซ่ อ....อึก ” เสียงเล็กที่กล่าวอย่างเลือดเย็น แทบจะทำเอาซึบาสะน้ำตาเล็ด

 

“ ตัดไปมีหวังเอาหนังหัวไปด้วยน่ะสิครับ แถวนี้มีกรรไกรที่ไหนล่ะคุณหนู ”

 

“ ฉ....ฉันไม่ไหว ”

 

“ อะไรไม่ไหว....เอาเป็นว่า ผมขอโทษแล้วกัน ” มือหนาค่อยๆเลื่อนเจ้าซิปตัวการลง แล้วค่อยๆจัดการแก้ไอ้ผมไม่รักดีเบาๆ ดวงตาฉายแววร่าเริงเจือโล่งอกอีกครั้งที่แก้สำเร็จได้ด้วยดี

 

“ เอ้า.....ทีนี้คุณหนูที่อยู่เฉยๆนะครับ เอาไว้ไฟมาแล้วค่อยลุกเดี๋ยวเกิดล้มโครมครามจะแย่เอา.....เอ่อ.....ผมคิดว่าคุณหนูหอบแบบแปลกๆนะ ” ซึบาสะเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ ไม่ทันจะได้เข้าใจอะไรเด็กหนุ่มก็คว้าคอของอีกฝ่ายลงมาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆรวยรินอยู่แค่คืบ

 

“ ฉัน....ฉันรอไม่ไหว....อึก ”

 

“ ฉันรู้สึกแปลกๆ ”

 

แล้วนั่นก็คือซวยที่สามของซึบาสะ

 

 

 TBC ต่อพรุ่งนี้จ้ะ~

............................................................................................................

 อ่านแล้วเม้นด้วยนะคนดี >3<

edit @ 29 Oct 2011 19:55:57 by นังแจมภาควาย

Comment

Comment:

Tweet

เหวย~~
แม่ยายขา

เค้าเขิน~~(ปิดหน้าปิดตา)

#3 By Luntom_jang on 2011-10-29 22:58

โอ้ ... เรื่องนี้มันอะไร๊~

เค้าจะรออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยน๊า (หื่น!!!)

#2 By luluke on 2011-10-29 22:56

ถึงจะไม่เข้าใจเรื่อง Y แต่ขอบใจที่มาเยี่ยมเยี่ยนบลอคเรานะ big smile Hot!

#1 By มาลิกก้าแมน on 2011-10-29 21:00