อยากอ้อนวอนต่อเทพยาฟ้าดิน ให้เขารอดพ้นไปจากจุดๆนี้ที

 

ใช่แล้ว......เขากำลังโดนคุณหนูที่เกิดอาการ เปลี๊ยนไป๋ ไล่ปล้ำอยู่ตอนนี้

 

“ ฉ...ฉัน อ....อึก ” ไอ้อาการติดอ่างปนหอบกระเส่านั้นทำให้ซึบาสะเกิดอาการขนลุกเกลียว ชายหนุ่มเริ่มลนลานถอยหลังหนีเล็กน้อย ก่อนที่เท้าน้อยๆจะถูกอีกฝ่ายคว้าหมับ

 

แปล๊บ~!!

 

พ่อบ้านหนุ่มแทบแผดเสียงร้อง เมื่ออยู่ดีๆไอ้ขาเวรก็เกิดตะคริวกินแบบไม่ดูจังหวะ ทำให้เขาจำต้องยอมโดนคุณหนูที่อาจเจอสถานการณ์ผีหื่นเข้าสิงปีนป่ายบนตัวโดยไม่มีช่องว่างหรือโอกาสให้หนีเลย...

 

ทำไมสวรรค์จะเป็นใจให้เขาได้ขนาดนี้เนี่ย

 

ซึบาสะประชดในใจ ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงมือของคุณหนูที่ปัดป่ายอยู่ใต้เสื้อผ้าจนเขาต้องรีบดึงมือของอีกฝ่ายออกก่อนที่อะไรจะเลยเถิด

 

“ คุณ.....คุณหนู ”

 

“ ฉ.....ฉันขอสั่ง....ให้....เลิกหนี….. ”

 

ใครมันจะทำได้ล่ะครับบบบบ!!!!

 

 

พ่อบ้านหนุ่มร่ำร้องแน่นอนว่าเป็นอีกครั้งที่ต้องคิดในใจ ให้เขาเลิกหนี เวอร์จิ้นน้อยๆก็ถูกพรากไปน่ะสิ.....ให้เขาไปใส่ชุดว่ายน้ำเต้นบัลเล่ย์ไม่ดีกว่าเหรอไง

 

 

“ถ้านายหนี..อึก...ฉันไล่ออก!!!”

 

จบคำ คนฟังแทบจะกรี๊ดเป็นบาลี ทางหนึ่งก็ชีวิต ทางหนึ่งก็เวอร์จิ้น

 

มันสำคัญพอๆกันเลยนะเฟ้ย!!!

 

พรึ่บ......

 

อยู่ๆแสงไฟก็พลันลุกพรึ่บ ทำให้เขาเห็นอะไรรอบด้านชัดเจนขึ้น หากพอเหลือบเห็นใบหน้าของคุณหนูแล้ว หัวใจพลันรู้สึกโหวงๆทันที

 

ผิวที่เคยเนียนขาวบัดนี้ฝาดไปด้วยสีชมพูอ่อน ดวงตากลมโตหวานฉ่ำอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อย เย้ายวนจนรู้สึกว่าฝ่ายที่เริ่มรู้สึกร้อนแปลกๆกลับเป็นเขาเสียเอง

 

ไม่ทันจะได้คิดอะไรได้คล่อง เด็กหนุ่มก็ฝังจมูกที่ต้นคอเขา ปลายลิ้นเรียวอุ่นๆลากเรื่อยไปถึงคาง เสียงครางอื้ออึงในลำคอเริ่มทำให้หัวของซึบาสะหมุนติ้ว

 

“ ม...ไม่ได้นะครับ คุณหนู ” พ่อบ้านหนุ่มปราม แต่ชักไม่แน่ใจว่าที่คำพูดนั้นใช้ปรามตัวเองหรือคุณหนูกันแน่

 

มือเรียวไล่ปลดกระดุมอย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มเริ่มผวา นัยน์ตาเย้ายวนเงยขึ้นสบกับ ซึบาสะ ดวงหน้างามเข้าประชิด อยู่ห่างจากพ่อบ้านหนุ่มไม่ถึงคืบ เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มก่อนจะเอ่ยอย่างเชื่องช้า

 

“ จูบฉันสิ ซึบาสะคุง ” ซึบาสะที่ยังพอหักห้ามใจตัวเองไม่ให้เตลิดกว่าที่ควรจะเป็นพยายามปฏิเสธ พลางตบหน้าอีกฝ่ายเบาๆเรียกสติ แต่คุณหนูกลับทำลายความลายความหวังดีนั้น ริมฝีปากกระตุกขึ้นก่อนจะเบนความสนใจไปในการโลมเลียมือเขาเบาๆ ซึบาสะเผลอครางอือในลำคอ นึกอยากให้ลิ้นเล็กๆนั้นไม่ตวัดแค่มือ “ จูบฉัน...... ” ไม่ต้องให้เสียงเล็กๆสั่งเป็นครั้งที่สาม ร่างเล็กก็ถูกพ่อบ้านกระชากคอจูบอย่างรุนแรง เสียงครางเครืออย่างพึงพอใจทำให้ชายหนุ่มเลิกที่จะพยายามคุมตัวเองอีกต่อไป

 

“ อึก.....อือ..... ” ซึบาสะไล้เลียต้นคอขาวผ่องอย่างแผ่วเบาก่อนจะฝังจูบแรงๆ ริมฝีปากไล่เลื่อนต่ำลง ไล้เวียนอยู่แถวเนินอกจนเด็กหนุ่มบิดเร่าไปมา มือปัดป่ายอยู่แถวขอบกางเกงก่อนจะเลื่อนลงอย่างง่ายดายด้วยเป็นเพราะซิปที่รูดค้างเอาไว้

 

“ อ๊ะ....ซ....ซึบาสะ ” ฝ่ามือร้อนระอุที่โลมเล้าร่างกายของเขา แทบจะทำให้คิริโอะลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ เสียงหัวใจเต้นโครมครามด้วยอารามตื่นเต้นแทบประทุออกนอกอก ริมฝีปากของอีกฝ่ายปิดเสียงครวญครางน่ารังเกียจ ปลายลิ้นหยอกเอิน พัวพันจนคุณหนูรู้สึกเหมือนร่างกายจะระเบิดเสียเดี๋ยว นั้น

 

เด็กหนุ่มแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอกรีดร้องดังแค่ไหน มือทั้งสองข้างขยุ้มเสื้อของชายหนุ่มแน่น ร่างเล็กแอ่นอก บิดเกร็ง หัวหมุนติ้วอย่างรุนแรง คิริโอะหลงเวียนว่ายอยู่กับระลอกคลื่นแห่งความสุขแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จนกระทั่งปรือตาขึ้นมาอีกครั้งก็เห็น เจ้าพ่อบ้านหนุ่มยิ้มกระหย่องมาให้ หยาดน้ำขาวขุ่นในมือเป็นหลักฐานอย่างดีว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ ผมไม่หยุดแค่นี้นะครับ ” เสียงที่กระซิบข้างหูทำให้เด็กหนุ่มเสียวปลาบไปทั้งร่าง

 

ไม่ทันจะได้เข้าใจอะไรชัดเจน ความอึดอัดก็แล่นพล่านจนแทบหายใจไม่ออก อารมณ์วาบหวามเมื่อครู่แทบมลายไปในพริบตา คิริโอะผวาคว้าคอของซึบาสะไว้แน่น ตัวสั่นพับจนอีกฝ่ายรู้สึกได้

 

“ กลัวหรือครับ...... ”

 

“ ม....ไม่ได้กลัวซะหน่อย เจ้าบ้า ” เสียงหัวเราะในลำคอทำเอาเด็กหนุ่มหน้าแดงเถือก ร่างบางย่นไหล่ลงเมื่อปลายนิ้วของอีกฝ่ายไล่คืบคลานลึกขึ้น แต่ช่องทางฝืดเคืองไม่ได้อำนวยเสียเท่าไหร่นัก ชายหนุ่มถอนหายใจราวกับขัดอกขัดใจ ก่อนจะถอนนิ้วออกอย่างรวดเร็วจนคิริโอะสะดุ้งเฮือก

 

“ ทำอะไรน่ะ! ”

 

“ เลียสิครับ ”

 

มือเรียวยื่นมาให้ประกอบกับคำสั่ง ดวงตากลมโตเหลือบมองพ่อบ้านหนุ่มที่ถือสิทธิ์มาสั่งเจ้านาย ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวไปประคองฝ่ามือใหญ่เบาๆ ปลายลิ้นเรียวลากไปตามความยาวนิ้วอย่างเชื่องช้า หากทว่าเย้ายวน ยั่วเย้าเสียจนซึบาสะเริ่มหายใจไม่เป็นจังหวะ

 

นัยน์ตาที่ช้อนมองเขาอีกครั้ง ทำให้ชายหนุ่มแทบบ้า เขาจับร่างของคุณหนูคว่ำกดลง ปลายนิ้วเรียวไล่ชอกชอนช่องทางคับแคบอย่างรวดเร็วและร้อนแรง ความอึดอัดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างค่อยๆจางหายลงแปรเป็นความรู้สึกแปลกๆที่กระจายไปทั่วท้องน้อย เสียงครางแผ่วๆในลำคอคล้ายเป็นสัญญาณที่บ่งบอกให้ก้าวข้ามขั้นต่อไป

 

“ อือ....อ๊ะ ” กระทั่งความเจ็บปวดแทรกไปทั่วร่าง มือเล็กจิกพื้นพรมราคาแพงหวังจะระบายความเจ็บที่อื้ออึงจนร้องไม่ออก ซึบาสะกดย้ำต้นขาขาวผ่องก่อนจะดันตัวไปสุดแรงจนคิริโอะกรีดเสียงร้องไม่เป็นภาษา มือหนาที่ไล้ปรนเปรอเบื้องหน้าละลายความเจ็บไปทีละนิด เสียงครวญครางประหลาดหลุดออกจากปากของเด็กหนุ่ม สะโพกขยับตามแรงกระแทกของพ่อบ้านหนุ่ม หมอกม่านราคะที่รบกวนสติสัมปชัญญะของร่างบางทำให้คิริโอะแทบไม่รู้สึกตัว นิ้วเรียวจิกพื้นพรมอย่างรุนแรงก่อนจะปลอดปล่อยจนร่างทั้งร่างทรุดฮวบ

 

หากสิ่งแปลกปลอมที่ยังคงขยับอยู่ในร่างทำให้เด็กหนุ่มหายใจไม่เป็นส่ำ ซึบาสะฝืนดันตัวเข้าไปในร่างอีกครั้ง ลึกล้ำจนเด็กหนุ่มครางเสียงแผ่ว รู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆที่ค่อยๆไหลเข้าไปในร่าง

 

“ ฉันรักนาย...ซึบาสะ ” เสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบสะดุดลมหายใจของพ่อบ้านหนุ่ม ดวงตาเหม่อมองใบหน้าที่กำลังมองเขาอย่างตื่นตระหนก

 

ก่อนที่ความมืดก็เข้าคืบคลานสติของคิริโอะ

 

 

........................................................................................................

 

เสียงเล็กแหลมของนกกระจิบร้องรบกวนการหลับของ คุณหนูคนเล็กแห่งมุราซากิ ปลายคิ้วเรียวย่นจนแทบจะผูกเป็นปม เด็กหนุ่มกระพริบตาปริบๆอย่างงัวเงียก่อนจะผุดลุกเนิบนาบเชื่องช้า

 

แปล๊บ.....

 

“ โอ้ย!! ” อาการปวดหนึบที่สะโพกทำให้คิริโอะหยุดการเคลื่อนไหวชั่วขณะ ดวงตาหันไปรอบด้านด้วยสายตางุนงง

 

เขาอยู่ในชุดนอนเสร็จสรรพเรียบร้อย อยู่ในห้องนอน บนเตียงขนาดใหญ่ ทุกอย่างดูปกติดีทุกอย่างสำหรับเช้าวันใหม่จนไม่ต้องสงสัยอะไร ไอ้สิ่งแปลกปลอมขัดลูกตาในห้องมันก็จะมีก็แต่ไอ้พ่อบ้านติงต๊อง ที่นั่งคุกเข่าเจี๋ยมเจี้ยมข้างประตู ใบหน้าก้มลงครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ท่าทางเหมือนจะพร้อมฮาราคิรีได้ทุกเมื่อ

 

“ อ๊ะ....ตื่นแล้วเหรอครับ คุณหนู ”

 

“ แล้วนายเห็นฉันนอนหลับฝันดีอยู่รึไงล่ะ ”

 

“ ......อ.....เอ่อ ” ใบหน้าตื่นๆเหมือนไม่ได้รับฟังถ้อยคำกระแนะกระแหนนั้น เสียงตะกุกตะกักคล้ายพยายามเรียบเรียงคำให้เหมาะสมนั้นเขาเอาเด็กหนุ่มมุ่นคิ้ว

 

“ ค....คือ....เรื่องเมื่อคืน....เอ่อ ” ไอ้ที่สภาพที่ไม่เหลือหลักฐานไว้มัดตัวแทบจะทำให้ ฝ่ายคุณหนูลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าวันดีคืนดีเกิดเจ้าซึบาสะจะ ผลุนผลันมาฆาตกรรมอำพรางคงจะไม่ยากนัก เพียงย้อนคิดถึงเรื่องเมื่อคืนใบหน้าก็พลันร้อนผะผ่าวอย่างที่คุมไว้ไม่อยู่

 

“ ผมขอโทษ....ผมน่าจะคุมตัวเองมากกว่านี้ ” เงียบไปพักใหญ่ๆ จนเจ้าพ่อบ้านเริ่มเหงื่อตก เงยหน้าขึ้นมาผู้เสียหายอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มแผล่

 

“ จะให้ผมรับผิดชอบยังไงก็ได้ครับ ”

 

“ อะไรก็ได้งั้นเหรอ ”

 

เสียงเย็นเยียบที่เอ่ยอย่างเชื่องช้าชักทำให้ซึบาสะใจคอไม่ดีเท่าไหร่นัก

 

บางทีคุณหนูอาจจะโยนเขาลงบ่อปิรันย่า

 

โบกปูนถ่วงทะเล

 

จับมัดให้รถบดถนนทับ

 

แร่เนื้อทำซาลาเปา

 

ให้สู้กับเสือเบงกอล

 

ยัดเข้าเครื่องไออ้อน เมเด้น

 

หรืออาจจะเอากิโยตินสับกบาล

 

ยิ่งเงียบไปนานเท่าไหร่ ซึบาสะที่เริ่มฟุ้งซ่านในระดับประสาทเท่านั้น

 

“ ค....ครับ ”

 

“ เอาชีวิตแกมาให้ฉัน ” ถ้อยคำเย็นยะเยือกทำให้ชายหนุ่มกลืนน้ำลายไม่ลงคอ เริ่มจินตนาการวิธีตายของตัวเองแบบวิตกจริต

 

“ เป็นทาสฉันจนวันตาย ”

 

“ ท....ทาส? ”

 

“ ใช่....แกได้ยินฉันบอกให้แกไประบำเปลื้องผ้ากลางสี่แยกเหรอไง ”

 

“ หมายความว่า ผมไม่ต้องโดนแร่เป็นชิ้นๆ ยัดลงหม้อต้มสมุนไพรใช่มั้ยครับ ” พ่อบ้านหนุ่มถามด้วยความหวัง จนนายน้อยแทบจะหัวเราะพรืด

 

“ ฉันพูดแบบนั้นตอนไหนกันล่ะ ”

 

“ เอ่อ...แล้วเรื่องที่.....”

 

กริ๊งงงงงงงงงงง!!!!!!!!

 

เสียงโทรศัพท์มือถือรุ่นที่ไม่มีใครคิดจะใช้กันแล้วดังขัดจังหวะคำถามของซึบาสะ มือหนาไล่หาเจ้าเครื่องสื่อสารนั่นอย่างร้อนรน ไพล่กดรับก่อนจะเงียบลง

 

“ ฮิบาริ ” เสียงเอ่ยอย่างแผ่วเบาทำให้คิริโอะจ้องหน้าพ่อบ้านหนุ่มเขม็ง บอกถึงความไม่ชอบใจอย่างเห็นได้ชัด ซึบาสะถอนหายใจยาวก่อนจะกดปิดลงแล้ววางข้างๆ

 

“ ตอนที่ฉันหลับ ยัยนั่นโทรมากี่ครั้งแล้ว ”

 

“ ก็หลายครั้งแล้วครับ เธอโทรมาขอคืนดีกับผม ”

 

“ แล้ว.....แกจะคืนดีกับยัยนั่นรึเปล่า ” ถ้อยคำที่จะพูดต่อ เบาหวิวจนเหมือนจะเลือนหายไปดื้อๆ ดวงตาหลุบมองมือตัวเองพลางทอดถอนหายใจเบาๆ

 

“ผมคงไม่คิดจะกลับไปทางเดิมเป็นครั้งสองหรอกครับ ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างแผ่วเบาหากแฝงไปด้วยความเศร้าลึกๆที่เจือในกระแสเสียง

 

“ เอ่อ....เมื่อคืนนั้น....ตอนที่คุณบอกว่ารักผม เอ่อ.....จริงรึเปล่าครับ ”

 

เงียบไปชั่วอึดใจ หมอนใบโตก็ปาใส่หน้าแทนคำตอบ คิริโอะแสร้งร้องโวยวายเพื่อกลบใบหน้าที่แดงระเรื่อของตน

 

“ อย่างเซ้าซี้ให้มันมากน่า.....เจ้าทาส!!! ”

 

 

 

 

 เป็นเรื่องที่แต่งไว้เมื่อวาเลนไทน์เมื่อชาติปางก่อน เลยไม่ค่อยตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันเท่าไหร่ 55+

----------------------------------------

 

จิ๊บ..... จิ๊บ.....

 

เสียงนกร้องขับขานกันเสียงใส เจ้านกกระจอกตัวน้อยสองตัวมายืนคลอเคลียกันอยู่ริมรั้วจนเห็นแบลคกราวสีชมพูหวานแหววกับช่อกุหลาบที่ไหนก็ไม่รู้ทอดอยู่รำไร ราวกับต้องการจะประกาศให้โลกรู้ว่ากำลังกิ๊กกัน เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินจ้องมองเจ้านกน้อยด้วยสายตาริษยาเล็กน้อยก่อนจะสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นเจ้าแมวตัวเขื่องที่คงเกิดอารมณ์หมันไส้เช่นเดียวกับเขา ตะปบหมับเข้าที่นกน้อยผู้เคราะห์ร้ายจนอีกตัวผละบินหนีไป

 

วันนี้เป็นอีกวันที่พี่ชายคนโตของเขาไปกระริกกระรี้ไปหาสาวหน้าใสๆรายใหม่ที่ไหนก็ไม่รู้ พี่ชายคนรองก็พอกันไปสวีทกับสุดที่รักหวานชื่น คุณพ่อกับคุณแม่ก็ไม่รู้นึกพิลึกอะไรขึ้นมาไปฮันนีมูนรอบที่ เก้าสิบเก้า ทิ้งลูกชายน่ารักๆคนนี้ไว้ที่บ้าน.....กับ

 

ไอ้พ่อบ้านไม่สมประกอบ.....

 

ทิ้งไว้กับไอ้บ้านี่ สู้ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวดีกว่ามั้ย!!!

 

วันนี้มันวันบ้าอะไรเนี่ย

 

“ วันวาเลนไทน์ครับ ” ชายหนุ่มหน้าใสเอ่ยเสียงเรียบพลางถักผ้าพันคออย่างขะมักเขม้น เด็กหนุ่มที่กำลังคิดว่าตัวเองคิดในใจอยู่โดยไม่รู้ตัวว่าหลงบ่นเบาๆ เขาเขม่นหน้าเจ้าพ่อบ้านตัวดีเป็นเชิงว่า ไม่ได้ถาม อย่าสอดตอบ

 

“ แล้วแกทำอะไรของแกน่ะ ” ผู้ด้อยอายุกว่าถามด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพนักถ้าใช้กับผู้อาวุโสกว่า ช่างเป็นคนที่น่า ตบ( จูบ )ปากสั่งสอนซะไม่มีในความคิดของพ่อบ้าน

 

“ ผมก็คิดว่าคุณหนูจะเห็นนะครับ ว่าผมกำลังถักผ้าพันคออยู่ ” แม้เจ้าพ่อบ้านอวดดีจะหาช่องหลอกด่านายน้อยของตัวเองได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณหนูที่หน้าด้านหน้าทนพอๆกับพี่ชายทั้งสองคนหน้าชาขึ้นมาได้ เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มเยาะในมุมปากก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

 

“ อ้าวเหรอ....ฉันก็นึกสงสัยอยู่ตั้งนานว่าแกจะถักผ้าขี้ริ้วทำไม.....ผ้าพันคอหรอกเหรอนั่น ”

 

มันด่าตูอีกจนได้

 

คิดแล้ว ทสึนะ ซึบาสะ ก็แทบอยากจะกระทืบเท้าเร่าๆ เอาหน้าซุกหมอนแล้วร้องดังๆด้วยความอัดอั้น ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์แท้ๆแทนที่เขาจะได้ไปสวีทวิ๊ดวิ้วกับแฟนสาวสุดสวย กลับต้องมาจมปลักกับ ( ไอ้ ) คุณหนูปากหมาเนี่ย

 

ในเมื่อคุณหนูทั้งถึก ทั้งหนังเหนียว ขนาดนี้ยังต้องมีอะไรเป็นห่วงอีก ( ฟะ ) ต่อให้มีโจรพิลึกกล้าดีมาปล้นบ้าน ไม่วายจะโดนคุณชายท่านด่าเปิงจนเตลิดกลับบ้านไม่ถูกแน่ๆ พวกเจ้านายจิตตกก็วิตกจริตไม่เข้าเรื่อง

 

“ เหอะ ทำหน้าเหมือนหมาอดข้าวเย็น คิดถึงแฟนล่ะสิ ลำบากแย่เลยนะต้องมาทำงานคนเดียวทั้งๆที่คนอื่นเขาหยุดกันน่ะ ”

 

“ ช่วยไม่ได้นี่ครับ ผมต้องดูแลคุณหนู.....ผู้แสนบอบบาง ” ไอ้ถ้อยคำเหมือนปลงกับชีวิต ปลายเสียงกระแนะกระแหน แถมด้วยการทำหน้าเหมือนจะสำรอกแบบนั้น มันช่างน่าจับนวดหน้าด้วยฝ่าเท้าชะมัด ไอ้บ้านี้

 

“ ฉันเบื่อแล้ว จะออกไปข้างนอก ”

 

“ เอ๋..... ” ซึบาสะชะงักการถักผ้าพันคอลงชั่วขณะ

 

“ ฉันจะออกไปข้างนอก ” คุณหนูจอมเอาแต่ใจย้ำอีกครั้งเสียงขุ่น

 

“ .....ลืมหน้าที่แล้วเหรอไง เจ้าสารถีอเนกประสงค์ ฉันจะออกไปข้างนอก! ”

 

 

…………………………………………………..

 

 

ไอ้การจิบน้ำชาราคาแพงในร้านหรู เสริฟด้วยขนมเค้กน่ากินกับช็อกโกแลตลายหัวใจจิ้มลิ้มโดยไม่ชวน พ่อบ้านสุดหล่อร่วมวงนี่ มันชวนให้เขาอึดอัดยังไงพิกล

 

ซึบาสะ คิดอย่างตะกละตะกลาม พลางนั่งกระสับกระส่ายไม่อยู่สุข จนคุณหนูหันมาเหลือบมองด้วยสายตาไม่พอใจเมื่อเห็นเขาแอบปาดน้ำลาย

 

“ ตื่นร้านอาหารหรูเหรอไง ก็เข้าใจอยู่นะว่าไม่เคยเข้าน่ะ แต่นั่งให้มันนิ่งๆหน่อย เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หรอก ว่า.....บ้านนอก ” ด่าไม่พอยังย้ำคำว่า บ้านนอก เสียดัง ไหนปากว่าไม่อยากให้คนอื่นรู้ไง ( ฟะ )

 

เด็กหนุ่มหยิบเจ้าช็อกโกแลตท่าทางแพงไม่หยอกขึ้นมากัด แล้วหันมามองหน้าเขาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนจานนั้นมาให้เขา

 

“ เอ้า....ไหนๆก็มาร้านขนมหวานกับเขาซะที ไม่กินเดี๋ยวก็เหมือนไม่เคย สำนึกไว้ซะด้วยล่ะว่าฉันใจบุญขนาดไหน ”

 

ต้องไม่อร่อยแน่ๆเลย

 

ยอดชายนายพ่อบ้านคิดอย่างมั่นใจ จะไม่กินไอ้สายตาทิ่มแทงนั่นก็ทิ่มจิ๊กๆ ฝ่ายนายน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสายตาแฝงเป็นนัยๆว่า เลือกกินนักเดี๋ยวปั๊ดเสยคาง

 

“ วาเลนไทน์ มีแต่คนรักเท่านั้นล่ะครับที่ให้ช็อกโกแลตกัน ” ว่าแล้วก็ยกไอ้เรื่องนี้ขึ้นมาอ้างซะหน่อย เผื่อจะรอดจากการล้างท้อง แต่นอกจากเขาจะไม่รอดแล้ว ฝ่ายนั้นยังทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้กินยาเบื่อหนูให้เจ็บใจเล่นอีกต่างหาก

 

“ เรื่องแค่นั้น ฉันรู้......คิดว่าฉันพิศวาสแกนักเหรอไง ”

 

ดู๊....ดู....พูดซะเจ็บจี๊ดถึงขั้วสมอง คนอะไรจะน่าเอาขี้เถ้ายัดปากได้ขนาดนี้เนี่ย

 

เอาเถอะ....ของแพงถ้ารสชาติแย่จะขายออกได้ยังไง บางที ( ไอ้ ) คุณหนูอาจจะแค่รสนิยมสูงไปหน่อยก็ได้

 

ซึบาสะหยิบก้อนช็อกโกแลตขึ้นมาชั่งใจ ก่อนจะกัดกรวบเข้าไปเป็นคำ

 

รสชาติก็ไม่ได้เลวร้ายย่างที่คิด ออกจะหวานปะแล่มๆ เจือขมนิดๆ จะแปลกก็ไอ้ที่รู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั้งคอ แล้วเหมือนความร้อนมันจะลุกลามตามเจ้าขนมหวานนี่แหละ

 

“ เหล้านี่ครับ.....ผมกินเหล้าไม่เก่งนะ ” ชายหนุ่มครวญแผ่วเบา....

 

“ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกิน ”

 

“ ถ้านายท่าน กับนายหญิง รู้ว่าคุณหนูซื้อไอ้พวกนี้จะว่าเอานะครับ ” นอกจากคุณหนูจะไม่เชื่อไอ้ที่เตือนแล้วแล้วยังยักไหล่เล็กน้อยอย่างไม่แยแสอีกด้วย

 

“ นั่นใช่แฟนนายรึเปล่าน่ะ หน้าคุ้นๆ ” เสียงเล็กเอ่ยอย่างแผ่วเบา พลางใช้ส้อมชี้ทิศทาง ซึบาสะหันควับก่อนจะยิ้มน้อยๆเหมือนโกเด้นรีทีฟเวอร์เจอเจ้าของ แต่รอยยิ้มนั้นค่อยๆเลือนหายไปเมื่อเห็นว่า หญิงสาวไม่ได้มาคนเดียว แต่กลับกำลังคลอเคลียอยู่กับชายคนอื่นเหมือนเป็นคนรักกันไม่มีผิด

 

ไม่ทันได้คิดวิเคราะห์อะไร ชายหนุ่มก็ลุกพรวดจนเด็กหนุ่มยังแปลกใจ ร่างสูงโปร่งเดินพรวดพราดไปทางหญิงสาวอย่างรวดเร็ว บรรยากาศที่เหมือนพายุจะเข้าทำให้ใครๆก็หันมามอง

 

“ ฮิบาริ..... ” ซึบาสะเรียกหญิงสาวเสียงขุ่น ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มท่าทางสำอางที่มากับแฟนสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“ อะไรกัน ซึบาสะ คุณน่าจะรักษามารยาทมากกว่านี้นะ ขอโทษด้วยนะคะ คุณมัตสึดะ …..”

 

“ นี่ใคร..... ” ฝ่ายพ่อบ้านหนุ่มพยายามแสดงตนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเต็มที่ ยิ่งเมื่อฮิบาริพยายามเลี่ยง ยิ่งทำให้อารมณ์ฉุนเฉียวของซึบาสะยิ่งพัดโหมมากขึ้น

 

“ คุณมัตสึดะ ทาโร่ เพื่อนที่ทำงาน..... ส่วนนี่ ทสึนะ ซึบาสะ แฟนเก่า ” เสียงของหญิงสาวที่เอ่ยเสียงเรียบทำให้ ซึบาสะตีสีหน้างุนงง เขาบีบแขนอีกฝ่ายจนฮิบาริร้องลั่น

 

“ หมายความว่ายังไง แฟนเก่า ”

 

“ ก็ชัดเจนแล้วนี่คะ....แฟนเก่า หรือฉันต้องเปิดพจนานุกรมให้ล่ะ ” ซึบาสะตัวสั่นเทิ้ม เขาดูเหมือนจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ แทบไม่รู้สึกถึงมือเล็กที่แตะแขนเขาเบาๆ

 

“ ทสึนะ..... ” เด็กหนุ่มส่งเสียงปรามเขาเบาๆ เขาแทบจะใจหายวาบเมื่อเห็น ชายหนุ่มมองเขาตาวาวโรจน์

 

“ นั่นคุณก็มีคนมาเป็นเพื่อนนี่.... ” หญิงสาวเอ่ยยิ้มๆพลางหันมามองเด็กหนุ่มที่เริ่มทำตัวไม่ถูก

 

“ เพิ่งรู้นะนี่ว่าคุณนิยม เลี้ยงต้อย ”

 

“ หุบปากนะ ฮิบาริ!!!! ” เสียงตะโกนของซึบาสะดังห้อง แต่ฮิบาริยังคงยิ้มอย่างเยือกเย็น จนเหมือนชายหนุ่มเป็นแค่ไอ้โง่ที่ตัวนึง ที่ดีแต่โผงผางไม่ใช้สมอง

 

“ นี่....นี่ก็แค่ น้องชาย ”

 

ฉันไปผันตัวเองเป็นน้องแกตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ ไอ้เบื๊อก....

 

เด็กหนุ่มด่าในใจ แน่นอนเดี๋ยวเขาต้องเอาไอ้คำๆนี้มาคิดบัญชีในตอนหลังแน่

 

“ อ้อเหรอ......คุณมัตสึดะคะ ฉันคิดว่าเราน่าจะไปร้านอื่นนะคะ....แถวนี้หมามันบ้า ”

 

“ ฉันไปเอง!! ” ซึบาสะตวาด ก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีไปดื้อๆ ปล่อยให้คุณหนูที่ยังไม่ทันจะซัดขนมราคาแพงหมด ต้องรีบจ่ายเงินแล้ววิ่งตาม

 

 

................................................................................

 

 

“ เฮ้!! ทสึนะหยุดก่อนเซ่!!! ” คุณหนูตะโกนแต่ไกล พลางวิ่งตามเจ้าสารถีอเนกประสงค์ แฟนทิ้งที่มัวแต่เดินซึ้งเป็นพระเอก MV อย่างทุลักทุเล

 

“ ทสึนะ!! ” เด็กหนุ่มรีบคว้าแขนชายหนุ่มให้หยุดเดินก่อนจะหอบแฮ่กหมดแรง

 

“ เดินเร็วชะมัดนายน่ะ จะรีบไปตายเหรอไง.....นึกจะไปก็ไปแล้วฉันจะกลับบ้านยังไง ”

 

“ .....คุณหนูกลับบ้านเองก่อนได้มั้ยครับ.....เดี๋ยวผมค่อยกลับ..... ” เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ คุณหนูตัวน้อยมุ่นคิ้วก่อนจะหมุนตัวพ่อบ้านใต้ปกครองให้หันมาทางเขา

 

“ นายร้องไห้เหรอ..... ”

 

“ แล้วเห็นผมหัวเราะอยู่เหรอไงล่ะ ”

 

เด็กหนุ่มไม่ได้ตอกกลับเหมือนอย่างที่ควรเป็น พลอยทำให้ความเงียบคืบคลานอยู่พักใหญ่ๆ แน่นอนว่าซึบาสะที่อยู่ในอารมณ์อยากชวนใครทะเลาะเริ่มหงุดหงิด

 

“ โตจนหมาจะเลียตูดไม่ถึงแล้วก็กลับบ้านเองก่อนเถอะครับ ผมจะขอออกไปข้างนอกหน่อย ”

 

“ นายจะไปไหน.... ” ไม่ทันที่พ่อบ้านหนุ่มจะได้ตอบ คุณหนูก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

“ ฉันจะไปด้วย ”

 

 

...................................................................................

 

 

ตอแหล!!! ไหนว่า กินเหล้าไม่เก่งไง ( ฟะ ) แล้วไอ้ที่กระดกเอื๊อกๆเป็นน้ำเปล่านี่มันอะไรกัน

 

เด็กหนุ่มบ่นในใจพลางจิบน้ำผลไม้ราคาแพงในมือ ดวงตาเชือดเฉือนเสมอง พ่อบ้านที่เมื่อก่อนออกจะดูป้ำๆเป๋อๆ แต่ตอนนี้กำลังซัดเหล้าจนโต๊ะจะไม่มีที่วาง

 

“ ผู้หญิงสารเลว ” ฤทธิ์แอลกฮอล์ทำให้ชายหนุ่มพึมพำเสียงขุ่น ก่อนที่เสียงทั้งหมดจะถูกกลืนไปด้วยขวดเหล้า

 

“ ยัยทุเรศ...... ” พอได้จังหวะหายใจ ซึบาสะก็ด่า อดีตแฟนสาวไม่เป็นวรรคเป็นเว้น ฝ่ายเจ้านายที่ต้องมาอยู่ในฐานะเฝ้าลูกน้องก่อนที่จะเมาเหมือนหมาถอนหายใจพลางเบือนสายตาไปทางอื่น

 

เพิ่งจะรู้ว่าผู้หญิงคนเดียว มันจะเปลี่ยนไอ้ต๊องได้ขนาดนี้.....ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็นโกรธแค้นใครจนต้องพร่ำด่าหรือแตะขวดเหล้าอย่างหนักหน่วงเสียขนาดนี้

 

แล้วทำไมต้องรู้สึกอิจฉาด้วยนะ.......

 

เด็กหนุ่มสะบัดหัวอย่างไม่ค่อยเข้าใจ มองซึบาสะที่เริ่มคอพับแหล่ไม่พับแหล่ ก่อนจะตัดสินใจกระตุกแขนเสื้ออีกฝ่ายเบาๆ

 

“ กลับบ้านเถอะ ”

 

“ ไม่เอา ยังไม่เมาเลย~ ”

 

นี่เอ็งไม่ได้เจียมสังขารเลยใช่มั้ยเนี่ย ไอ้อาการอย่างนี้ถ้ามันไม่เรียกว่าเมาแล้วมันเรียกป๊ะอะไร ( ฟะ ) นึกแล้วอยากเตะฟาดคอแล้วลากกลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น

 

“ ฉันสั่งให้กลับบ้านไงเล่า!!! ตามใจมามากพอแล้วนะ!!! คิดว่าแฟนทิ้งแล้วจะละเลยหน้าที่ได้รึไงห๊ะ!!!......กะอีแค่แฟนทิ้ง..... ” ไม่ทันที่คุณหนูจะหายวีนแตก เสียงทั้งหมดก็กลืนหายไปในปากของเจ้าพ่อบ้านอวดดี มือทั้งสองข้างกดท้ายทอยของเขาเอาไว้แน่นจนไม่สามารถผละหนีไปได้ ริมฝีปากที่ถูกบดขยี้แทบจะทำให้เด็กหนุ่มอ่อนยวบ ความร้อนลุกพล่านไปทั้งตัว ยิ่งว่าความรู้สึกที่เผลอกินเหล้าตอนใหม่ๆเสียอีก

 

ความรู้สึกแปลกๆที่เริ่มก่อตัว ทำให้เด็กหนุ่มเริ่มนึกเกลียดตัวเอง มือสั่นระริกค่อยๆเงื้อขึ้นฟาดใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยแรงที่พอจะเหลืออยู่....หากแต่เบาเต็มที

 

“ อ่ะ.... ” ซึบาสะที่เพิ่งมารู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปนั่งกลืนน้ำลายตัวเอง นัยน์ตามองนายน้อยของตัวเองที่กำลังนั่งหอบพิงโซฟา ด้วยสายตาสำนึกผิด ก่อนจะกวักมือเรียกบ๋อยว่าเก็บเงิน

 

“ เอ่อ.....กลับบ้านเถอะครับ ”

 

 

..........................................................................................

 

 

งวดนี้ เครื่องประหารหัวหมาแน่ ( ตรู )

 

ซึบาสะคิดพลางเดินโซซัดโซเซเล็กน้อยด้วยยังไม่หายเมาดี ยิ่งเมื่อเหลือบไปมองนายน้อยด้วยสายตาสำนึกผิด ก็ยิ่งเหมือนว่าฝ่ายเจ้านายพร้อมเอาไอ้ความผิดมหันต์นี้ไปแบล็คเมล์ได้ทุกเมื่อ

 

ไหนล่ะจะแอบหนีงาน กินเหล้า ร้ายไปกว่านั้นดันพาคุณหนูไปเถลไถล แถมยังเมาแอ๋จนฝ่ายที่ต้องแบกกลับบ้านดันเป็นเจ้านาย ที่สำคัญ..... ดันไปพรากจูบของคุณหนูเสียได้

 

“ ไปนอนซะ....ถ้าเมาแล้วเละเทะฉันจับแกมัดกับเสาบ้านแน่ ” พ่อบ้านหนุ่มเดินคอตกตามคำสั่งแต่โดยดี แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวอยู่ๆ ไฟทั้งหมดก็พร้อมใจกันดับพรึ่บแบบไม่ทันตั้งตัว รออยู่พักใหญ่ๆก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“ .....เอ่อ....เดี๋ยวผมไปดูเครื่องปั่นไฟสำรองก่อนนะครับ ”

 

“ ไม่ต้อง ไปเอาไฟฉายมาให้ฉัน เมาไม่ได้เรื่องแบบนั้นเดี๋ยวไปทำเครื่องพังจะเป็นเรื่อง ” เสียงเล็กๆกระแนะกระแหน ซึบาสะค่อยเดินสะเปะสะปะไปตามทาง ก่อนจะล้มโครมเข้าให้ เมื่อไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง

 

“ ซุ่มซ่าม.....เจ็บตรงไหนรึเปล่า ” เด็กหนุ่มค่อยๆเดินมองมองเขา เสียงที่เหมือนด่าอยู่กลายๆแต่แฝงไปด้วยความห่วงใย ทำให้ฝ่ายพ่อบ้านเริ่มรู้สึกว่าคุณหนูเองก็มีส่วนที่น่ารักอยู่เหมือนกัน

 

“ คุณหนูน่าจะเก็บข้าว เก็บของให้เป็นที่เป็นทางกว่านี้นะครับ.... ”

 

“ ไม่ต้องมาโทษฉัน มันหน้าที่แกไม่ใช่เหรอไงที่ต้องทำความสะอาด หรือมัวแต่ละเลยหน้าที่ล่ะ ”

 

…..สะอึก.....( ตรู ) คงไม่มีวันเถียงไอ้เด็กนี่ชนะจริงๆนั่นแหละ (ตรู) เผลอคิดไปได้ยังไงนะ ว่าไอ้เด็กเวรนี่น่ารัก

 

“ ช่างเถอะ...อยู่มืดๆพักนึงคงไม่เป็นไร เมาแล้วไม่ได้เรื่องจริงๆเลย แค่หาไฟฉายแค่นี้ก็เอาไม่รอด ” เสียงเล็กบ่นงึมงำก่อนจะเดินลิ่วๆจนหายไปจากสายตา ยิ่งมืดๆอย่างนี้ด้วยแล้วล่ะก็

 

“ คุณหนูจะไหนล่ะครับ ”

 

“ ก็ไปหาที่นั่งน่ะสิ คิดว่าฉันจะนั่งพื้นแบบแกเหรอไง..... ”

 

“ เดี๋ยวก็สะดุดล้มหรอกครับ ข้าวของยิ่งระเกะระกะเต็มไปหมดอยู่ ” ชายหนุ่มเตือนเสียดัง แต่มีหรือคุณหนูจอมเอาแต่ใจจะยอมฟัง ยิ่งพูดมันก็คือ ยุ ดีๆนั่นแหละ

 

“ คิดว่าฉันซุ่มซ่ามแบบแกรึ.....ง.... ” ไม่ทันพูดจบคำดีก็มีเสียงโครมดังลั่น ตามมาด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเสียงของใหญ่ๆจะหล่น ซึบาสะรีบถลาตัวเข้าไปหาคุณหนูที่กำลังยืนโอดครวญอย่างแผ่วเบาเหมือนไม่อยากให้ได้ยิน

 

โครม......

 

“ ทสึนะ!!! ”

 

“ คราวหลังช่วยชนอะไรเบาๆหน่อยได้มั้ยครับ ”

 

ไอ้ที่เด็กหนุ่มไปชนเข้าเป็น ตู้เก็บของไม้สักชั้นดีฉลุลายเสียเนี๊ยบ ประดับด้วยอัญมณีงดงามชนิดหาซื้อที่ไหนไม่ได้ ต้องสั่งทำเอา ยิ่งเมื่อภายในให้บรรจุตุ๊กตาเคลือบญี่ปุ่นราคาแพงแล้วยิ่งเป็นของที่จะปล่อยให้หล่นหรือพังไม่ได้เลย ขนาดที่ว่า ถ้าเขาเผลอทำพังคงโดนนายท่านสั่งให้มือปืนมายิงทิ้ง

 

ถ้าขยับอีกนิดหน่อย มีหวังไอ้ตู้ราคาแพงไม่รักดีมีหวังคว่ำ ชนิดเน่าไม่เหลือซาก แต่ซึบาสะคงไม่หนักใจขนาดนี้ถ้าเขาไม่ได้อยู่ในสภาพคร่อมคุณหนูแบบนี้

 

“ มือแกจับอะไรน่ะ ” เสียงของเด็กหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอารมณ์ที่ค้างเติ่งตั้งแต่ในบาร์ ซึบาสะไม่อยากนึกภาพเลยว่าคุณหนูจะทำหน้ายังไง แล้วก็ไม่อยากจินตนาการด้วยว่ามือจับอะไรอยู่ “ เอามือออกสิไอ้ติงต๊อง....อึก ” เสียงที่ต่อท้ายเริ่มทำให้พ่อบ้านหนุ่มทำตัวไม่ถูก เขาพยายามดันตัวขึ้น ให้ตู้กลับไปที่เดิม ในขณะที่เขากำลังจะถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ไอ้ความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่หนังหัว ทำให้ซึบาสะก็พบปัญหาที่สอง

 

....เมื่อไอ้ผมไม่รักดีมันไปติดกับ.....

 

ซิปของคุณหนู

 

ชายหนุ่มคงโล่งใจกว่านี้เยอะถ้าไอ้ซิปที่ว่า....ไม่ใช่ซิปกางเกง

 

“ ซิป....ซิปมันติด ” ซึบาสะพูดตะกุกตะกัก จะแก้ก็ใช่ที่ แถมมืดๆอย่างนี้ต่อให้ไปติดที่อื่นก็แก้ไม่ออก ขืนถ้ากระชากมีหวังหนังหัวหลุดออกเป็นที่ระลึก

 

“ บ.....บ้าเอ้ย ตัดผมทิ้งไปเลยเซ่ อ....อึก ” เสียงเล็กที่กล่าวอย่างเลือดเย็น แทบจะทำเอาซึบาสะน้ำตาเล็ด

 

“ ตัดไปมีหวังเอาหนังหัวไปด้วยน่ะสิครับ แถวนี้มีกรรไกรที่ไหนล่ะคุณหนู ”

 

“ ฉ....ฉันไม่ไหว ”

 

“ อะไรไม่ไหว....เอาเป็นว่า ผมขอโทษแล้วกัน ” มือหนาค่อยๆเลื่อนเจ้าซิปตัวการลง แล้วค่อยๆจัดการแก้ไอ้ผมไม่รักดีเบาๆ ดวงตาฉายแววร่าเริงเจือโล่งอกอีกครั้งที่แก้สำเร็จได้ด้วยดี

 

“ เอ้า.....ทีนี้คุณหนูที่อยู่เฉยๆนะครับ เอาไว้ไฟมาแล้วค่อยลุกเดี๋ยวเกิดล้มโครมครามจะแย่เอา.....เอ่อ.....ผมคิดว่าคุณหนูหอบแบบแปลกๆนะ ” ซึบาสะเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ ไม่ทันจะได้เข้าใจอะไรเด็กหนุ่มก็คว้าคอของอีกฝ่ายลงมาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆรวยรินอยู่แค่คืบ

 

“ ฉัน....ฉันรอไม่ไหว....อึก ”

 

“ ฉันรู้สึกแปลกๆ ”

 

แล้วนั่นก็คือซวยที่สามของซึบาสะ

 

 

 TBC ต่อพรุ่งนี้จ้ะ~

............................................................................................................

 อ่านแล้วเม้นด้วยนะคนดี >3<

edit @ 29 Oct 2011 19:55:57 by นังแจมภาควาย

 

 

หมายเหตุ : มันเรทนะจ๊ะ ไม่ชอบก็ปิดเถอะจ้ะ

 .........................................................................................................................

 

 

บานหน้าต่างถูกแรงลมเย็นยะเยือกดันให้อ้าออก ผ้าม่านผืนบางที่โบกสะบัดออกเผยให้เห็น หิมะขาวบริสุทธิ์จากนอกหน้าต่างทอดตัวลงโปรยปรายราวกับภูตแห่งละอองน้ำแข็ง บางทีพวกนางอาจจะร่ายมนต์อยู่เสียก็ได้ เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่กำลังอ่านหนังสือเล่มโตอย่างเงียบเชียบถึงรู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่อยู่ข้างแก้ม

 

ปัง!

 

เสียงเปิดประตูทำให้จินตนาการแบบเด็กๆมลายไปจนสิ้น เด็กหนุ่มหันไปมองต้นเสียงด้วยสายตาดุลึกๆ ที่มากวนเขาในเวลาอ่านหนังสือ หากต้นเสียงกลับโอดครวญระงมอย่างไร้สำนึก

 

“ ไอ้ประตูบ้านี่มันโขกหัวฉัน เซกิคุง ” เสียงขุ่นรั้นๆอุทธรณ์พลางชี้ไปที่รอยแดงๆบนหน้าผาก ใบหน้านั้นยิ่งยู่ยี่เมื่อเห็นเซกิส่ายหน้าน้อยๆ

 

“ ซุ่มซ่าม.... ”

 

“ อ๊ะ....ใจร้าย นี่นายว่าฉันเหรอ ” เสียงโอดครวญทุรนทุรายคล้ายคนอาการหนักใกล้ตายนั้นทำให้เด็กหนุ่มร่างสูงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลุกขึ้นมาดู เจ้าตัวขี้อ้อนหน้าประตู พอเป็นพิธี เพื่อให้เสียงเงียบลง

 

ถ้ารอยบวมเท่ามดเอาปากแตะทำให้ทุรนทุรายได้ขนาดนั้น ประชากรโลกส่วนใหญ่คงตายเพราะไม้จิ้มฟันทิ่มปาก

 

“ เจ็บรึเปล่า..... ” ว่าแล้วก็ขยี้ไอ้รอยบวมที่ว่านั่นเข้าไปหน่อย เพื่อให้เจ้าตัวดีเลิกยิ้มแป้นจนเหมือนหางกระดิกเสียที คิดแล้วไม่น่าถามเอาซะเลย

 

“ จริงสิ!! ฉันจะชวนนายไป เดท วันวาเลยไทน์ ” ถึงเซกิจะค่อนข้างมั่นใจว่า คัตสึมิ ไม่เข้าใจความหมายของคำว่า เดท แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงเล็กน้อยเสียไม่ได้ เขาพยักเพยิดไปทางกองหนังสือกองโตเป็นนัยๆ

 

“ ฉันไม่ว่าง....ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ ว่าแต่นายเถอะหนังสือ หนังหาไม่รู้จักอ่านหรือไง ”

 

“ เดี๋ยว....เซกิคุงก็ติวให้อยู่ดีนั่นแหละ ว่าแต่จะไม่ไปจริงๆเหรอ ” น้ำเสียงสลดน่าสงสารแทบทำเอาเซกิใจอ่อนยวบ ไอ้สายตาวิ้งๆเหมือนลูกแมวขอของกินมันทำให้นักเรียนดีเด่นแถวนี้แสบตา ระทวยใจยังไงพิกล

 

“ไม่ได้” เสียงเข้มงวดทำคัตสึมิหน้ายู่ทันทีทันใด จึงต้องเอาแผนบีมาใช้อย่างต่อเนื่อง

 

“ ก็เนี่ย ฉันก็เพิ่งจะได้ส่วนลดจากร้านของหวาน XXXX ( ขอสงวนลิขสิทธิ์ ) ที่สวนสนุกXXXX มา ถ้าเซกิคุงไม่ไป ฉันก็ไม่รู้จะชวนใครไป บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก ที่นั่นอร่อยอย่าบอกใครเลยล่ะ ”

 

แล้วนี่....ก็เป็นอีกครั้ง ที่เซกิถูกล่อด้วยของกิน

 

 

...............................................................................................

 

 

“ อื้อหือ....ก็อร่อยอย่างที่ใครๆเขาว่ากันนี่แหละ อะไรมันจะละมุนลิ้นอย่างนี้ ดูนั่นสิ ชุดของแถมนั่นน่ารักชะมัด ”

 

นี่อาจจะเป็นหนึ่งในเรื่องลึกลับของโรงเรียน ฟูจิยะ เมื่อท่านประธานนักเรียนผู้ไม่เคยหลุดเรื่องไร้สาระจากปาก ผู้คิดก่อนพูด ผู้เงียบขรึม ผู้สง่างาม ผู้สงวนท่าที ผู้อะไรทั้งหลายแหล่ที่ใครๆร่ำลือ จะเป็นพวก ซูการ์ซึม พอของหวานแตะปากเข้าหน่อย ก็มีสภาพเหมือนคนเมายาอย่างที่เห็น

 

ไม่มีใครรู้นอกจากเขาหรอก ว่าเซกิน่ารักที่สุดก็ตอนนี้แหละ

 

“ นายจะไม่ลองกินเจ้านี่ดูเหรอ....คัตสึมิ แต่พุดดิ้งเค้กนั่นก็น่ากินแฮะ ” ว่าไม่ว่าเปล่า มือซุกซนนั่นก็คว้า พุดดิ้งเค้กของคัตสึมิยัดปากเสร็จสรรพโดยไม่คิดจะขออนุญาต

 

เมื่อ สตอเบอร์รี่ซันเดย์เสริฟบนโต๊ะ เซกิถูมือเล็กน้อยเตรียมตัว ก่อนจะชักงักเล็กน้อยเมื่อเห็นคัตสึมินั่งเท้าคางมองเขาตาแป๋ว

 

“ มองอะไรเหรอ คัตสึมิ หรือนายเสียดาย พุดดิ้งเค้ก ฉันให้นายกินบราวนี่ของฉันก็ได้ ” ดูเหมือนเซกิจะลืมไปซะแล้วว่า คัตสึมิเป็นเจ้ามือเลี้ยง ไม่ใช่ตัวเอง

 

“ อ๊ะ....เปล่าครับ ” เด็กหนุ่มร่างเล็กเกาแก้มเล็กน้อยอย่างเคอะเขิน

 

“ ผมแค่คิดว่า เซกิคุงน่ารักดี ”

 

แกร๊ก.....

 

เสียงวางช้อนทำให้เจ้าของดวงตาสีดำกลมโตสะดุ้งเล็กน้อย แล้วเริ่มเข้าสู่อาการลนลาน เมื่อเห็นอีกฝ่ายกระแอมไอแล้วเข้าสู่มาดเยือกเย็นเหมือนเดิม

 

“ ฉัน.....ไม่ใช่ เด็กผู้หญิงนะ จะมาชมว่าน่ารักได้ยังไง”

 

คัตสึมิต้องใช้เวลานานไม่น้อยกว่าจะกลั้นหัวเราะอยู่ เพราะหลังจากจบคำนั้น เซกิก็กลับไปอยู่ในสภาพเมาน้ำตาลเหมือนเดิม

 

--------------------------------------------------

 

“ เซกิคุง เซกิคุง ” เสียงเล็กเอ่ยเรียกพลางใช้ส้อมจิ้มแขนผ่านเสื้อกันหนาวราคาแพงเบาๆ เจ้าของนัยน์ตากลมโตเอียงคอมองเด็กหนุ่มที่กำลังขดตัวหลับ ได้ยินกระทั่งเสียงฟี้ๆเบาๆอยู่ใกล้หู

 

ปลายนิ้วเรียวจิ้มข้างแก้มของอีกฝ่ายให้มั่นใจว่าเซกิหลับสนิทเต็มที่ เพียงเท่านั้นรอยยิ้มงดงามก็ผุดขึ้นที่มุมปาก.....

 

แต่เป็นรอยยิ้มที่สยดสยองจนใครเห็นก็ขนลุกเกลียว

 

“ ยานอนหลับ ของเจ้าซากุราอิได้ผลไวจริงแฮะ ท่าจะแรงจริง ”

 

ชายหนุ่มที่กำลังจู๋จี๋กับแฟนสาวโต๊ะข้างๆที่เผอิญได้ยินใจคอหายวาบ เมื่อเห็นเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาเอ่ยเรื่องผิดกฎหมายได้หน้าตาเฉย

 

ร่างบางผุดลุกอย่างเชื่องช้า ค่อยๆเดินอ้อมไปทางเซกิด้วยท่าทีระมัดระวังเต็มแก่ เจ้าของดวงตากลมโตราวกับลูกแมวหัวเราะคิกคัก ปลายนิ้วเรียวปัดไรผมที่ปกปิดใบหน้าอย่างแผ่วเบา

 

 

ลูกค้าทั้งร้าน! พนักงานเสริฟ! ผู้จัดการร้าน!

 

ต่างก็อดไม่ได้ที่จะเผลอร้องเจี๊ยกเบาๆด้วยความตกใจ เมื่อเห็นคัตสึมิไม่ว่าดูยังไงก็บอบบางเสีย ประหนึ่งแก้วเจียระไนจะแตกเสียเมื่อไหร่ก็ได้ อุ้มเด็กหนุ่มตัวโตๆระดับนักกีฬาขึ้นพาดบ่าราวกับร่างนั้นเบาเต็มแก่

 

ทุกสายตาจับตามองร่างเล็กๆที่เดินออกจากร้านไป ก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะชั่วร้ายดังแว่วมาแต่ไกล

 

หลายๆคนต่างเดาชะตากรรมของเซกิในทำนองเดียวกัน.....

 

..................................................................................................

 

แกร๊ก.....

 

ประตูบานโตถูกเปิดให้อ้าออกด้วยฝ่าเท้า ไม่ต้องสงสัยเลยหากเจ้าประตูมีชีวิต มันคงร้องไห้ฟูมฟายด้วยความน้อยใจ เด็กหนุ่มร่างผอมเพรียวสาวเท้าเข้าไปในห้อง หันซ้ายหันขวาอย่างมีพิรุธ ก่อนจะกดล๊อคประตูด้วยท่าทางระแวดระวัง

 

ร่างของเซกิถูกวางลงบนเตียง คัตสึมิชะเง้อตัวมองอีกฝ่ายก่อนจะฉีกยิ้มบางๆอย่างพึงพอใจ

 

ตอนเมาน้ำตาลก็น่ารักอยู่หรอก แต่ตอนหลับไม่รู้เรื่องที่สิน่ารักกว่าเยอะ....

 

มือเล็กไล้บนใบหน้าคมคายของเซกิแผ่วเบาจนคนที่นอนหลับสบายอยู่เริ่มจักจี๊ ส่ายหน้าไปมาคล้ายรำคาญใจ เด็กหนุ่มมองอากัปกิริยาของร่างบนเตียงด้วยรอยยิ้ม ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตาม หน้าผาก จมูกโด่งเป็นสัน ก่อนจะหยุดที่ริมฝีปากหยักได้รูป

 

ดวงหน้างามคลี่ยิ้ม ก้มลงจูบร่างสูงอย่างแผ่วเบา ทันทีที่ริมฝีปากงดงามเผลอเผยอออก เด็กหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะแทรกลิ้นอย่างรวดเร็ว ความร้อนรุ่มอบอวลจนรู้สึกได้ ก่อนจะหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงร้องอื้ออึงในลำคอ

 

คัตสึมิมองใบหน้าแดงระเรื่อของเซกิ ก่อนจะเสจุดหมายไปที่อื่น ปลายนิ้วเขี่ยกระดุมเม็ดน้อยน่ารำคาญให้ปลดออก เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างไร้ส่วนเกิน เด็กหนุ่มมองยอดอกพลางแลบลิ้นเลียรอบปาก ก่อนจะก้มลงดูดเม้มแรงๆจนร่างของเซกิสั่นไหว ยอดอกชูชันโดยที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว

 

“ อ.....อืม ” เสียงครางเบาๆในลำคอทำให้เด็กหนุ่มริลักหลับผวาจนถดกายหนีเล็กน้อย เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังหลับลึกอยู่ ร่างบางก็คลานมานั่งคุกเข่าใกล้ๆ

 

“ เซกิคุง น่ารักจังเลย ”เสียงกระซิบสั่นพร่าดังหวิวอยู่ข้างหู เด็กหนุ่มร่างสูงได้แต่เอียงคอเล็กน้อยหลีกต้นเสียง ดวงตากลมโตเหลือบมองต้นคอขาวผ่อง ก่อนจะโน้มคอแทะเล็มเบาๆ เสียงครางเครือทำให้คัตสึมินึกย่ามใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายพึงพอใจ

 

มือซุกซนลูบต่ำลง ถอนหายใจแรงก่อนจะปลดซิปกางเกงลงอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วไล้วนจนสิ่งที่อยู่ใต้ปราการชั้นสุดท้ายตื่นตัว คัตสึมิเลียรอบริมฝีปาก ค่อยๆโน้มตัวลงจุมพิตเบาๆแล้วลากปลายลิ้นโฉบเฉี่ยวทิ้งสัมผัสแผ่วเบาให้ค้างคา

 

“ อึก...อะ....อือ ” เสียงครางครวญดังก้องไปทั่วห้อง ใบหน้าคมคายสะบัดไปมา ปลายคิ้วเรียวขมวดมุ่น เหงื่อแตกซิกด้วยแรงอารมณ์ที่เข้าถาโถม เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มก่อนจะถอดกางเกงชั้นในเซกิออก เขาค่อยๆอ้าปากเล็มเลียแก่นกลางลำตัวของเด็กหนุ่มร่างสูง

 

ปลายลิ้นที่โลมเลียอย่างคล่องแคล่วทำให้เด็กหนุ่มร่างสูงแทบกระอักความวาบหวามออกมา หากแต่ก่อนที่เซกิจะได้แหวกว่ายถึงฝากฝั่ง ปากเล็กๆก็ถอนไปเสียก่อน

 

เสียงหอบกระเส่าประกอบด้วยร่างสั่นไหวทำให้คัตสึมิเกือบยิ้มจนแก้มปริ ฝ่ามือร้อนระอุลูบต้นขาขาวผ่องของอีกฝ่ายเป็นเชิงหยอกเย้า ค่อนๆเอนกายแนบชิดร่างที่กำลังหลับใหลเพ้อละเมอไม่รู้เรื่อง

 

บางทีถ้าเซกิรู้สึกตัวซักนิด อาจจะรู้สึกถึงเสียงหัวเราะคิกคักราวกับปีศาจ ที่ตามไปรังควาญถึงในฝัน

 

คัตสึมิมองปลายนิ้วตัวเอง ค่อยๆแยกขาออกก่อนจะเอื้อมกดลงไปในช่องทางคับแคบของตัวเอง เด็กหนุ่มร่างบางนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นริ้ว พร้อมกับความรู้สึกเสียวซ่านที่แผ่จนขาสั่น

 

“ อุ....อา.... ” คัตสึมิเพิ่มจำนวนนิ้วอย่างใจเย็นที่ความรู้สึกประหลาดและเสียงครางเครืออย่างอึดอัดของเซกิ เร่งรัดให้นิ้วเรียวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนร่างแทบทรุด ร่างบางค่อยๆถอนนิ้วช้าๆแล้วเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มร่างสูงที่กำลังหอบกระเส่าอย่างรุนแรง

 

“ คัต...ส..อือ.... ” เสียงละเมอแผ่วๆทำให้เด็กหนุ่มฉีกยิ้มหวาน มือเล็กดันแผ่นอกของอีกฝ่าย กดสะโพกลงรับความอึดอัดที่ค่อยๆแทรกเข้าไปในกาย คัตสึมิหลับตาพริ้มก่อนจะออกแรงขยับตัวอย่างเชื่องช้า

 

เสียงครางเครือของร่างข้างใต้ร้องอย่างพึงพอใจ มือขาวผุดผ่องลูบตามสันกรามของร่างสูง แผ่นอกที่เสียดสีทำให้กายเดือดพล่าน ริมฝีปากบางระบายอยู่ใกล้ติ่งหู

 

 

“ เรียกชื่อผมสิ....ดังๆ อืม....”

 

“ คัตสึมิ อะ....คัต...สึ... ” ถ้อยคำที่เอ่ยอย่างซื่อตรงอดไม่ได้ที่จะทำให้คัตสึมิหัวเราะเอ็นดู ความร้อนที่แผดเผาไปทั่วกายทำให้เด็กหนุ่มเร่งจังหวะ รัว เร็ว ร่างเพรียวบางสั่นกระตุก ดวงตาหวานเชื่อมค่อยๆปรือขึ้นช้า ๆก่อนจะโน้มคอลงประทับจูบเซกิแผ่วเบา

 

ความหอมหวานชวนให้ร่างบางมึนเมาไปด้วยแรงราคะ คัตสึมิหยัดกายขึ้นอย่างเชื่องช้าแล้วทิ้งตัวลงอย่างรุนแรงจนเจ้าตัวเองยังสั่นไหว

 

เสียงกรีดร้องประสานก้องไปทั่วห้อง ก่อนจะเงียบลงทิ้งไว้แต่เสียงหอบแผ่วๆ

 

คัตสึมิค่อยๆหลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

.....................................................................

 

“ ฮ้าว~ รู้สึกดีจังเลย เอ้า!! ที่นี่ที่ไหนเนี่ย ” เซกิหันซ้ายหันขวาอย่างงุนงง มือหนาเลิกผ้าห่มออกก่อนจะฉีกยิ้มบางๆเมื่อเห็นคัตสึมิขดตัวหลับปุ๋ยเหมือนลูกแมว มือข้างหนึ่งกอดเขาไว้อย่างหวงแหน

 

“ อ๊ะ....ตื่นแล้วหรือครับ เซกิ นี่บ้านผมเองแหละ คุณหลับไปตั้งนานแหนะรู้มั้ย ถ้าเพลียก็หัดทำงานให้มันน้อยๆหน่อย ” เด็กหนุ่มร่างสูงทำหน้าเบ้เมื่อเห็นสุดที่รักร่ายยาว มือเล็กขยี้ตาอย่างงัวเงียแล้วหันไปฉีกยิ้มหวานให้เซกิ จนอีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะขนลุกเกลียว

 

แม้ร่างบางจะไม่ได้ทิ้งคำพูดอะไรไว้ แต่เขาก็ยังรู้สึกสงสัยกึ่งสังหรณ์ไม่ดีแบบแปลกๆ นัยน์ตาคมกริบมองตามคัตสึมิที่ถือขวดยาแปลกๆเดินออกไปนอกห้องพร้อมเสียงหัวเราะแผ่วๆน่าสยอง

 

 

คราวหน้า ผมกดคุณแน่เซกิเอ๋ย.....อย่าเผลออีกเป็นครั้งที่สองแล้วกัน

 

 

 

edit @ 29 Oct 2011 20:46:35 by นังแจมภาควาย